มั่นใจแค่ไหน... ว่าที่คุณติวมาทั้งหมด จะทำให้คุณสอบผ่านจริงๆ? หรือกำลังเสียค่าสอบ 3,000 บาทไปอย่างฟรีๆ รู้ว่าลูกศิษย์พร้อมสอบ GED จริงไหม ก่อนส่งเข้าสนาม
หลายคนคิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว แต่พอไปเจอข้อสอบจริงกลับทำไม่ทัน หรือตีโจทย์ไม่ออก สุดท้ายต้องเสียค่าสอบใหม่เกือบ 3,000 บาท รวมเป็น 6,000 และยังไม่การันตีว่า รอบนี้จะผ่านไหม?
จะดีกว่าไหม ถ้าคุณรู้จุดอ่อนของตัวเองตั้งแต่วันนี้? ที่ EdMock
EdMock
คือแพลตฟอร์มประเมินความพร้อมและจำลองข้อสอบเสมือนจริง ประเมินความสามารถของผู้สอบพร้อมบอกจุดอ่อน–จุดแข็ง ติวคุณด้วยวิธีที่งานวิจัยระดับโลกรับรองและทำนายผลคะแนนแม่นยำ ก่อนไปสอบ GED จริง จะได้ไม่ต้องท่องหนังสือทั้งพันหน้า ติวหลายสัปดาห์ โดยไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจจริงแค่ไหน แล้วไปลุ้นหน้าห้องสอบว่า จะสอบผ่านไหม?
คือแพลตฟอร์มประเมินความพร้อมและจำลองข้อสอบเสมือนจริงสำหรับการสอบ GED รู้ได้ทันทีว่าลูกศิษย์ของคุณจะทำได้ไหม และติวตรงจุดที่เขายังอ่อนได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่า เขาจะสอบผ่านไหม?
ประเมินความพร้อมของคุณฟรี ก่อนลงสนามสอบจริง
ทำไมต้องใช้ EdMock มันดียังไง?
ใช้ สเกลคะแนน 100–200 ถ่วงน้ำหนักเหมือนข้อสอบจริงให้ได้มากที่สุด
ใช้ สเกลคะแนน 100–200 ถ่วงน้ำหนักเหมือนจริง วัดระดับนักเรียนแต่ละคนออกมาเป็นตัวเลขที่จับต้องได้
แนวข้อสอบ วัดทักษะเหมือนจริง — ถ้าทำที่ EdMock ผ่าน มั่นใจได้เลยว่าสอบผ่าน
แนวข้อสอบ วัดทักษะเหมือนจริง — ถ้าลูกศิษย์ทำที่ EdMock ผ่าน ส่งเข้าสนามสอบจริงได้อย่างมั่นใจ
ได้ EdMock Bespoke Tutor Prompt — Prompt ติวเตอร์ส่วนตัวที่สร้างให้คุณหลังสอบทุกครั้ง เจาะเฉพาะข้อที่ทำผิด ด้วยวิธีที่งานวิจัยระดับโลกพิสูจน์มาแล้ว
มอบ EdMock Bespoke Tutor Prompt ให้ลูกศิษย์เอาไปทบทวนต่อเองที่บ้าน เจาะเฉพาะข้อที่เขาพลาด ต่อยอดสิ่งที่คุณสอนในคาบด้วยวิธีที่งานวิจัยระดับโลกพิสูจน์มาแล้ว
มี กราฟพัฒนาการ พร้อมเปรียบเทียบเฉลยแต่ละครั้งย้อนหลัง — เห็นชัดว่าข้อที่เคยตอบผิด รอบล่าสุดคุณทำถูกได้แล้ว และพัฒนาขึ้นแค่ไหนจากครั้งก่อน
เห็น กราฟพัฒนาการของนักเรียนแต่ละคน ก่อน–หลังติว พร้อมเทียบเฉลยย้อนหลังว่าเขาแก้จุดที่เคยพลาดได้แล้ว — พิสูจน์ผลงานการสอนให้ผู้ปกครองเห็นเป็นรูปธรรม
วิชา RLA มี AI ประเมิน Essay ตามเกณฑ์ GED จริง พร้อมไฮไลต์จุดอ่อน–จุดแข็งให้พัฒนาต่อได้ทันที
วิชา RLA มี AI ประเมิน Essay ตามเกณฑ์ GED จริง ช่วยลดเวลาตรวจงานเขียน และชี้จุดที่ลูกศิษย์ต้องแก้เป็นรายคำ
สเกล 100–200 ถ่วงน้ำหนักเหมือนข้อสอบจริง รู้ทันทีว่าผ่านเกณฑ์ 145 หรือยัง พร้อมบอกว่าทักษะไหนที่ต้องไปอุดเพิ่ม
เห็นคะแนนถ่วงน้ำหนักของนักเรียนแต่ละคน รู้ทันทีว่าใครผ่านเกณฑ์ 145 หรือยัง และต้องเสริมทักษะไหนให้เขาเป็นรายคน
เคสจริงที่ 1 · MATH
มีติวเตอร์ GED ท่านหนึ่งเอา EdMock ตอนยังเป็น Demo ไปให้ลูกศิษย์ลองทำดู ปรากฏว่าน้องทำข้อสอบ Math ใน EdMock ได้ 179 คะแนน แล้วพอไปสอบ GED จริง… ก็ได้ 179 เป๊ะ


บทสนทนาจริงจากติวเตอร์ · คะแนน EdMock 179 = คะแนน GED จริง 179
ปล. ภาพในแชตเป็นหน้าจอ EdMock เวอร์ชันทดลอง (Demo) ตอนนั้น หน้าตาจะต่างจากเวอร์ชันปัจจุบันที่คุณใช้อยู่นิดหน่อย ไม่ต้องตกใจนะครับ — ระบบเดียวกัน
เคสจริงที่ 2 · RLA
เคสนี้ไม่ได้มาจากคนที่เชื่อเราอยู่แล้ว — น้องคนนี้เห็นคลิปของ EdMock ใน TikTok แล้วคอมเมนต์ ท้าให้พิสูจน์ พร้อมแคปหน้าจอที่เพิ่งทำ RLA ใน EdMock ได้ 158 ว่า “ผมสอบอังคารนี้ มาดูกันว่าแม่นแค่ไหน ครูที่เคยติวด้วยเขาประเมินผมได้ 160 คะแนน edmock ได้ 158” แล้วก็ไปนั่งสอบจริงในวันรุ่งขึ้น… ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เขากลับมาตอบคอมเมนต์ตัวเอง พร้อมผลสอบ GED จริงวิชา Language Arts 158 กับคำสั้น ๆ ว่า “แม่นครับ”


ซ้าย: คะแนนใน EdMock 158 — ขวา: คะแนนสอบ GED จริง 158 · ส่วนครูที่เคยติวประเมินไว้ 160

คอมเมนต์จริงบน TikTok — ทั้งตอนท้า และตอนกลับมาตอบเอง
และเคสนี้เป็นวิชา RLA — วิชาที่ EdMock คำนวณคะแนน Essay รวมเข้าไปในคะแนนให้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่แทบไม่มีใครกล้าให้คะแนนล่วงหน้า แม้แต่ GED Ready ก็ไม่คำนวณให้ — ในภาพจะเห็นคะแนน Essay 3/6 กับ Trait 1–3 แยกมาครบ แปลว่าเลข 158 ที่เห็นคือคะแนนที่รวมงานเขียนไว้แล้วจริง ๆ ไม่ใช่คะแนนเฉพาะพาร์ตปรนัย
ปล. เราเบลอชื่อผู้ใช้ รูปโปรไฟล์ และเลขประจำตัวผู้สอบไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าตัว — ข้อความคอมเมนต์และตัวเลขคะแนนทั้งหมดเป็นของจริง ไม่ได้แก้ไข
เคสจริงที่ 3 · SCIENCE
เคสนี้เริ่มจากคนที่ สอบตกมาแล้ว — น้องคนนี้เห็นคลิป “ถ้าอยากสอบตก GED ให้ทำ 10 อย่างนี้” ของ EdMock ใน TikTok แล้วคอมเมนต์ว่า “ตกจริงครับ ลองมาแล้ว” พร้อมแคปผลสอบ Science จริง 141 (เกณฑ์ผ่าน 145) ข้อหนึ่งในคลิปประชดไว้ว่า “ถ้าสอบตก ให้รีบจองรอบใหม่แล้วทำทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะใช้วิธีเดิมซ้ำ ผลลัพธ์ก็น่าจะเปลี่ยนเองแหละมั้ง” — ซึ่งน้องเผลอทำข้อนี้ไปแล้วพอดี เขา DM มาปรึกษาตอนสองทุ่ม ว่า พรุ่งนี้สอบแก้ แต่เพิ่งมาเจอคลิป ผมบอกไปว่าปัญหาเร่งด่วนแบบนี้ สิ่งที่ต้องทำที่สุดคือ เข้าใจว่าแต่ละข้อที่ผิด ผิดเพราะอะไร แล้วรีบแก้ให้ทันก่อนสอบรอบถัดไป… วันรุ่งขึ้นน้องส่งผลสอบ GED จริงมาให้: Science 153 — ผ่าน เพิ่มขึ้น 12 คะแนนจากรอบที่ตกเมื่อ 3 วันก่อน ผมถามว่าทำยังไง น้องตอบว่า “ผมนั่งทำ mock มาเมื่อคืน” — “ของ EdMock ป่ะ” — “ใช่พี่ ช่วยชีวิตมาก”


ซ้าย: ผลสอบ GED จริง Science 141 — ตก (4 ก.ย. 2569) — ขวา: 3 วันต่อมา 153 — ผ่าน (7 ก.ย. 2569) · ภาพจากแอป GED.com ของน้องเอง



ซ้าย: คอมเมนต์ใต้คลิป พร้อมแคปผล 141 → กลาง: คืนก่อนสอบแก้ น้อง DM มาปรึกษา → ขวา: คำแนะนำจากผม


วันรุ่งขึ้น น้องส่งผล 153 มาให้ → ผมถามว่าทำยังไง → “ผมนั่งทำ mock มาเมื่อคืน … ใช่พี่ ช่วยชีวิตมาก” — และอนุญาตให้นำรีวิวมาลง
เคสนี้ไม่ได้พิสูจน์ความแม่นของการทำนายคะแนนเหมือนสองเคสแรก — แต่พิสูจน์สิ่งที่ EdMock ตั้งใจทำมาตั้งแต่ต้น: ก่อนสอบจริง ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าตัวเองพลาดตรงไหนและเพราะอะไร น้องมีเวลาแค่คืนเดียว จึงนั่งทำข้อสอบจำลองแล้วไล่ดูข้อที่ผิด แทนที่จะอ่านซ้ำทั้งเล่ม — เราไม่ได้อ้างว่า 12 คะแนนที่เพิ่มมาเป็นผลจาก EdMock ทั้งหมด น้องคือคนที่นั่งทำและนั่งแก้เอง แต่ถ้าถามว่าคืนเดียวก่อนสอบควรใช้เวลากับอะไร คำตอบของเรายังเหมือนเดิม
ปล. เราเบลอชื่อผู้ใช้และรูปโปรไฟล์ของน้องไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว (น้องอนุญาตให้นำรีวิวมาลงในแชตท้ายภาพ) — ข้อความในคอมเมนต์ แชต และตัวเลขคะแนนทั้งหมดเป็นของจริง ไม่ได้แก้ไข
เลือกชุด 50 หรือ 100 ข้อ ทำโดยไม่จำกัดเวลา ระบบจับเวลาให้ · ส่งแล้วเห็นทันทีว่าตอบถูกกี่ข้อ พลาดหมวดไหนมากที่สุด พร้อมเฉลยทุกข้อและ EdMock Bespoke Tutor Prompt · ข้อ 1–50 เป็นชุดเดียวกันทุกครั้ง จึงเทียบพัฒนาการย้อนหลังได้ตรง ๆ ว่าครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนกี่ % · ชุด 50 ข้อ = 1 Credit · ชุด 100 ข้อ = 2 Credit
ให้ลูกศิษย์ตะลุยโจทย์ 50–100 ข้อรวดเดียว แล้วดูว่าเขาพลาดหมวดไหนเป็นสัดส่วนเท่าไร (ไม่ใช่แค่จำนวนข้อ ซึ่งหมวดใหญ่จะดูแย่เสมอ) ไล่ติวจากหมวดที่อ่อนที่สุด · ทุกครั้งบันทึก % ที่ถูกและเวลาที่ใช้ พิสูจน์พัฒนาการก่อน–หลังติวเป็นตัวเลขได้ทันที · ชุด 50 ข้อ = 1 Credit · ชุด 100 ข้อ = 2 Credit
50 หรือ 100 ข้อที่คุณจะเจอที่นี่ ไม่ได้สุ่มมาลอย ๆ — ทุกชุดตั้งสัดส่วน รูปแบบโจทย์ · หัวข้อ · ความยาก · ความยาวและระดับภาษา ตามคู่มือผู้ออกข้อสอบ GED และข้อสอบ GED Ready จริง ทำที่นี่จนคุ้นทุกแบบ ไปห้องสอบจริงจึงไม่มีรูปแบบหลักแบบไหนที่คุณไม่เคยเจอ
| วิชา | รูปแบบโจทย์ (ต่อชุด 50 ข้อ) | หัวข้อที่ครอบคลุม | ความยาก | ความยาว · ระดับภาษา | ภาพ · กราฟ · ตาราง |
|---|---|---|---|---|---|
| Social Studies | ปรนัย 47 · Drop-down 3 | หน้าที่พลเมืองและการปกครอง 25 · ประวัติศาสตร์สหรัฐฯ 10 · เศรษฐศาสตร์ 8 · ภูมิศาสตร์และโลก 7 | ง่าย 15 · ปานกลาง 22 · ยาก 13 ตามจำนวนขั้นการคิด 1 / 2 / 3+ | เอกสารต้นฉบับ 45–160 คำ (ชุดร่วม 90–240 คำ) · ประโยค 14–22 คำ · มีสุนทรพจน์ จดหมาย คำวินิจฉัยศาลแบบของจริง | ตาราง กราฟ แผนที่ ไทม์ไลน์ ≥10 · การ์ตูนการเมือง 2–3 |
| Science | ปรนัย 44 · Drop-down 3 · เติมตัวเลข 3 | ชีววิทยา 20 · เคมี–ฟิสิกส์ 20 · โลกและอวกาศ 10 | ง่าย 15 · ปานกลาง 22 · ยาก 13 ใช้ข้อมูล 1 จุด / 2 จุด / 3 จุดขึ้นไป | บทอ่าน 70–140 คำ (ชุดร่วม 150–250 คำ 3–4 ย่อหน้า) · คำถามไม่เกิน 25 คำ | กราฟ ตาราง แผนภาพ ≥20 · ปุ่มเครื่องคิดเลขเฉพาะข้อคำนวณ |
| Math | ปรนัย 43 · เติมตัวเลข 5 · Drop-down 2 | เชิงปริมาณ 23 (จำนวน · อัตราส่วน–ร้อยละ · เรขาคณิต · สถิติ–ความน่าจะเป็น) · พีชคณิต 27 (สมการ–อสมการ · ฟังก์ชัน–กราฟ) | ง่าย 15 · ปานกลาง 22 · ยาก 13 นับขั้นการให้เหตุผล 1 / 2 / 3+ | โจทย์ปัญหาบริบทจริง 1–3 ประโยค 20–70 คำ · สัญกรณ์คณิตศาสตร์แบบสนามจริง | กราฟ ตาราง รูปเรขาคณิต ≥16 · 6 ข้อแรกห้ามใช้เครื่องคิดเลขเหมือนของจริง |
| RLA | ปรนัย 40 · Drop-down แก้ไวยากรณ์ 10 | บทอ่าน 8 ชุด: วรรณกรรม 2 · วิทยาศาสตร์ 1 · สังคม–ประวัติศาสตร์ 2 (มีบทความคู่) · เอกสารที่ทำงาน 3 | ง่าย 15 · ปานกลาง 22 · ยาก 13 ระดับ DOK 1 / 2 / 3 ตามคู่มือ | บทอ่าน 350–800 คำ ระดับภาษาเท่าสนามจริง · เอกสารแก้ไวยากรณ์ 350–450 คำ | บทความวิทยาศาสตร์มีกราฟ/ตาราง 1 ชิ้น |
ทุกชุด 50 ข้อใช้สัดส่วนเดียวกัน และข้อ 1–50 ของชุด 100 ข้อคือชุดเดิม — คะแนนแต่ละครั้งจึงเทียบกันได้ตรง ๆ ไม่ว่าจะเลือกขนาดไหน · ตอนนี้เปิดให้เลือก 50 และ 100 ข้อ
พอทำข้อสอบเสร็จ EdMock จะร่าง Prompt ติวเตอร์ส่วนตัว ให้คุณสดใหม่ทุกครั้ง — เจาะเฉพาะ “ข้อที่คุณเพิ่งทำผิด” วินิจฉัยว่าคุณเข้าใจผิดตรงไหน แล้ววางแผนพาคุณเข้าใจจนทะลุ · ก๊อปไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini ที่คุณใช้อยู่ได้เลย แล้ว AI จะกลายเป็นติวเตอร์ส่วนตัวของคุณทันที
ส่งมอบ Prompt ติวรายคน ให้ลูกศิษย์เอาไปทบทวนต่อเองที่บ้าน — เจาะเฉพาะข้อที่เขาพลาด พร้อมกระบวนการสอนแบบ I do / We do / You do ในตัว ช่วยต่อยอดสิ่งที่คุณสอนในคาบให้ไม่หลุดมือ
ทุกขั้นตอนใน Prompt คือ วิธีสอนที่มีงานวิจัยด้านการศึกษารับรองว่าได้ผลจริง ไม่ใช่วิธีที่เราคิดเอาเอง:
Prompt ส่ง “ตัวเลือกที่คุณกดผิด” ไปให้ AI เพื่อเดาว่าคุณเข้าใจผิดตรงไหน (misconception) แล้วอธิบายชี้จุดนั้นโดยตรงก่อนจะสอนใหม่ — ตั้งอยู่บนหลักการ the power of feedback ที่สังเคราะห์งานวิจัยหลายร้อยชิ้น และพบว่า “ฟีดแบ็กที่บอกชัดว่าพลาดตรงไหน และควรไปต่ออย่างไร” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการศึกษา — ยืนยันซ้ำในการวิเคราะห์อภิมานปี 2019 ที่รวม งานวิจัยด้านฟีดแบ็ก 435 ชิ้น จากผู้เรียนกว่า 61,000 คน (Wisniewski, Zierer & Hattie)1 Hattie & Timperley, 2007 ↗
Prompt สั่งให้ AI อธิบายแนวคิดด้วยคำง่ายระดับ “เล่าให้เด็กฟังก็เข้าใจ” แล้วชวนคุณลองอธิบายกลับด้วยภาษาตัวเอง — หัวใจของเทคนิค Feynman นี้คือหลักการ self-explanation effect: การได้อธิบายเองบังคับให้สมองเชื่อมความรู้ใหม่กับสิ่งที่รู้อยู่ งานทดลองพบว่ากลุ่มที่อธิบายเองเข้าใจลึกและแก้โจทย์ใหม่ได้ดีกว่ากลุ่มที่อ่านเฉย ๆ อย่างชัดเจน — การวิเคราะห์อภิมานปี 2018 ที่รวม 64 งานวิจัย จากผู้เรียน 5,917 คน ก็ยืนยันผลตรงกัน (Bisra et al.)2 Chi et al., 1994 ↗
Prompt ให้ AI สอนตามกรอบ ADEPT — Analogy (อุปมา), Diagram (ภาพประกอบเป็นคำพูด), Example (ตัวอย่างใกล้ตัว) และ Plain-English (ภาษาง่าย) — ซึ่งต่อยอดจากทฤษฎี dual coding ที่ว่าสมองจดจำผ่าน 2 ช่องทาง คือคำและภาพ เมื่อจับคู่คำอธิบายเข้ากับภาพในหัว จะเข้าใจและจำได้ดีกว่าการอ่านตัวอักษรล้วน ๆ มาก — แนวคิดนี้ (ตั้งแต่ Paivio ปี 1971) ถูกพิสูจน์ซ้ำในงานวิจัยการเรียนรู้แบบมัลติมีเดีย กว่า 180 การศึกษา (Mayer และคณะ)3 Clark & Paivio, 1991 ↗
Prompt ค่อย ๆ ลดการช่วยทีละขั้น: ทำให้ดูทั้งกระบวนการ (I do) → ทำไปด้วยกันทีละสเต็ป (We do) → ปล่อยให้คุณลองเอง (You do) — ตามหลัก worked-example effect ใน Cognitive Load Theory: การได้ดูตัวอย่างที่ทำเสร็จก่อนช่วยลดภาระความจำใช้งาน (cognitive load) ทำให้เรียนทักษะใหม่ได้เร็วและพลาดน้อยกว่าการโยนโจทย์ให้แก้เองตั้งแต่แรก — การวิเคราะห์อภิมานปี 2023 ที่รวม 55 งานวิจัย ก็ยืนยันผลนี้อีกครั้ง (Barbieri et al.)4 Sweller, 1988 ↗
ขั้นสุดท้าย Prompt ให้คุณลองทำโจทย์แนวเดิมใหม่ด้วยตัวเอง (retrieval practice = การดึงความรู้ออกมาใช้) แล้วสรุปเป็น “กฎ 1 บรรทัด” ไว้กลับมาทบทวนเป็นช่วง (spaced practice) — สองเทคนิคนี้คือวิธีที่งานวิจัยด้านการเรียนรู้พิสูจน์ซ้ำกับผู้เรียนนับแสนคนตลอดกว่า 100 ปี — เรื่อง spacing สังเคราะห์ไว้ถึง 317 การทดลอง (Cepeda et al. 2006 · ย้อนรากถึง Ebbinghaus ปี 1885) ส่วน retrieval practice ยืนยันใน 217 งานวิจัย (Adesope et al. 2017) และงานที่เอาเทคนิคการเรียน 10 วิธีมาเทียบกัน (Dunlosky et al.) ก็พบว่า retrieval practice และ spaced practice เป็น 2 เทคนิคที่ “ได้ผลที่สุด” เพราะทำให้ความรู้อยู่ในหัวได้นานกว่าการอ่านทวนซ้ำหลายเท่า5 Dunlosky et al., 2013 ↗
Prompt ของเราถักวิธีเหล่านี้เข้าด้วยกัน — วินิจฉัยจุดที่เข้าใจผิด → สอนแบบ I do / We do / You do → ให้ลองทำเองแล้วให้ฟีดแบ็ก → สรุปเป็นกฎ 1 บรรทัดให้จำ
และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจ — นี่คือติวเตอร์ที่รู้จักคุณดีที่สุดว่าติดตรงไหน ติวเวลาไหนก็ได้ จะตีหนึ่งหรือบนรถไฟฟ้าก็ทำได้ ไม่มีวันชักสีหน้าหรือถอนหายใจเวลาอธิบายซ้ำ คอยเชียร์จนคุณมั่นใจว่าทำได้
ติวจบแล้วคุณจะรู้สึกเลยว่า “เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ทำไมก่อนหน้านี้เราทำไม่ได้วะ?”
Prompt ของเราถักวิธีเหล่านี้เข้าด้วยกัน — วินิจฉัยจุดที่เข้าใจผิด → สอนแบบ I do / We do / You do → ให้ลองทำเองแล้วให้ฟีดแบ็ก → สรุปเป็นกฎ 1 บรรทัดให้จำ
และนักเรียนของคุณไม่ต้องเกร็งว่าจะถามซ้ำ — เหมือนมีติวเตอร์ส่วนตัวที่รู้ว่าเด็กแต่ละคนติดตรงไหน อยู่ให้ถามได้ทุกเวลา จะตีหนึ่งหรือบนรถไฟฟ้าก็ได้ ไม่มีวันหมดความอดทนหรือถอนหายใจเวลาอธิบายซ้ำ คอยเชียร์จนเด็กมั่นใจว่าทำได้ — ช่วยแบ่งเบางานติวซ้ำ ๆ ของคุณ ให้เด็กมาเรียนแบบพร้อมขึ้น
ติวจบแล้วนักเรียนของคุณจะอุทานเลยว่า “เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ ทำไมก่อนหน้านี้หนูทำไม่ได้นะ?”
อ้างอิงงานวิจัย:
1. Hattie, J., & Timperley, H. (2007). The Power of Feedback. Review of Educational Research.
2. Chi, M. T. H., et al. (1994). Eliciting Self-Explanations Improves Understanding. Cognitive Science.
3. Clark, J. M., & Paivio, A. (1991). Dual Coding Theory and Education. Educational Psychology Review.
4. Sweller, J. (1988). Cognitive Load During Problem Solving: Effects on Learning. Cognitive Science.
5. Dunlosky, J., et al. (2013). Improving Students’ Learning With Effective Learning Techniques. Psychological Science in the Public Interest.
การวิเคราะห์อภิมานที่ยืนยันผล (จำนวนงานวิจัย/ผู้เรียน):
• Wisniewski, B., Zierer, K., & Hattie, J. (2020). The Power of Feedback Revisited — 435 งานวิจัย, ผู้เรียน >61,000 คน. Frontiers in Psychology.
• Bisra, K., et al. (2018). Inducing Self-Explanation: A Meta-Analysis — 64 งานวิจัย, ผู้เรียน 5,917 คน. Educational Psychology Review.
• Barbieri, C. A., et al. (2023). A Meta-analysis of the Worked Examples Effect — 55 งานวิจัย. Educational Psychology Review.
• Cepeda, N. J., et al. (2006). Distributed Practice in Verbal Recall Tasks — 317 การทดลอง (184 บทความ). Psychological Bulletin.
• Adesope, O. O., et al. (2017). Rethinking the Use of Tests: A Meta-Analysis of Practice Testing — 217 งานวิจัย. Review of Educational Research.
พอติวจนเข้าใจแล้ว กดสอบรอบถัดไปได้ทันที — จบแล้วระบบจะโชว์ กราฟพัฒนาการ ว่าคุณดีขึ้นจากครั้งก่อนแค่ไหน พร้อม เทียบเฉลยข้อต่อข้อย้อนหลัง ให้เห็นกับตาว่า “ข้อที่เคยผิด รอบนี้ทำถูกแล้ว” — วนซ้ำจนมั่นใจก่อนลงสนามจริง
เห็น กราฟพัฒนาการของนักเรียนแต่ละคน ก่อน–หลังติว เป็นตัวเลขชัดเจน พร้อมเทียบเฉลยข้อต่อข้อย้อนหลังว่าเขาแก้จุดที่เคยพลาดได้แล้วหรือยัง — พิสูจน์ผลงานการสอนให้ผู้ปกครองเห็นได้
อ่านโจทย์และเฉลยเป็นภาษาไทยให้เข้าใจก่อน แล้วแตะปุ่มเดียวสลับเป็นอังกฤษ — ฝึกอ่านศัพท์จากข้อสอบจริงไปในตัว ใช้สอนได้ทั้งเด็กที่อ่อนอังกฤษและเด็กที่พร้อมแล้ว
ระบบ AI ประเมิน Extended Response ตามเกณฑ์ GED จริง พร้อมไฮไลต์บอกทุกจุดว่าตรงไหนคือจุดอ่อน–จุดแข็ง
ถ้ากดสอบรอบที่มี Credit อยู่ในบัญชี AI จะตรวจ Essay ฉลาดและละเอียดกว่าในแพ็กเกจฟรี
ให้ AI ตรวจ Essay ของนักเรียนตามเกณฑ์ GED จริง ลดเวลาตรวจงานเขียน และชี้ให้เด็กเห็นจุดที่ต้องแก้เป็นรายคำ
I herd the radio talk about solar panals on farms. I aggree with Elena becuz food is more importent than energy. If we put the big solar panals on the prime farm land, the crop yeilds will go down. This will make food very spensiv for everyone.
Marcus says solar is good for the envirment and makes zero emisions. But Elena says making the panals uses heavy mashines that are bad for the earth. I think Elena is right becuz we cant just look at the panals when they are working. We have to look at how there made.
Also in 2021 a state had a big spike in dairy cost becuz they build to many solar parks. So we shud not do this. It will hurt the local farmers and make us hungry. Goverment should stop giving money to big companys.
เน็ตหลุด ปิดแท็บ หรือเครื่องดับกลางคัน — ระบบเซฟคำตอบและเวลาที่เหลือไว้ให้อัตโนมัติ กลับมาเปิดที่เครื่องเดิมแล้วกด "ทำต่อจากเดิม" ได้เลย ไม่ต้องเริ่มใหม่ และไม่เสียโควตาสอบฟรีเพิ่ม
ไม่ต้องกลัวนักเรียนเน็ตหลุดแล้วเสียรอบสอบ — ระบบเซฟความคืบหน้าให้อัตโนมัติ นักเรียนกลับมาทำต่อที่เครื่องเดิมได้เอง ลดงานซัพพอร์ตของคุณ
คำตอบจริงจากฟอร์มของผู้ที่ได้ลองใช้ EdMock เป็นครั้งแรก
และนี่คือคำตอบในฟอร์มที่ถามว่า ราคาต่อการดูรายงานผล 1 ครั้ง หลังจากเห็นหน้าตาของรายงานผลของ EdMock ครั้งแรก ควรเป็นเท่าไหร่?
แต่ราคาเริ่มต้นของเรา เริ่มต้นแค่
+ EdMock Bespoke Tutor Prompt อันใหม่ล่าสุดหลังสอบเสร็จทุกรอบ
จ่ายหลักร้อย แต่ได้ติวด้วยวิธีที่งานวิจัยระดับโลกพิสูจน์มาแล้ว
1 Credit เดียวกัน ใช้ได้ทั้ง 2 โหมด — โหมดทำนายคะแนน: สอบฟรี ใช้ Credit เฉพาะตอนปลดล็อกรายงานผล + เฉลย (1 Credit ต่อครั้ง) · โหมดตะลุยโจทย์: ใช้ Credit ตอนกดเริ่มชุด (50 ข้อ = 1 Credit · 100 ข้อ = 2 Credit) แล้วได้รายงานผล เฉลย และ EdMock Bespoke Tutor Prompt ทันทีหลังส่ง
ราคาแบบเหมาสำหรับการดูแลนักเรียนหลายคน วัดผลก่อน–หลังติว และรายงานพัฒนาการ
palm60inthailand@gmail.comติวกับ EdMock ก่อน ในราคาหลักร้อย ก่อนเสียค่าสอบหลักหมื่น
— Learn smart, not learn hard.
แล้วติวตรงจุดที่เขายังขาด พิสูจน์พัฒนาการก่อน–หลังได้เป็นตัวเลข — Learn smart, not learn hard.
เข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มเลย → ติดต่อรับข้อเสนอสำหรับสถาบัน →