GED คืออะไร? คู่มือสอบ GED ฉบับสมบูรณ์ 2026

โดย พอล — ผู้ก่อตั้ง EdMock · เผยแพร่ 6 กรกฎาคม 2026 · อัปเดต 3 ตุลาคม 2026

สรุปสั้น

GED (General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา ใช้แทนวุฒิ ม.6 เพื่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ สอบ 4 วิชาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนต่อวิชา จากสเกล 100–200 ค่าสอบในไทย $90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) จองสอบแยกทีละวิชาได้ผ่านบัญชี MyGED บน ged.com แต่ก่อนจองสอบจริงได้ ผู้สอบในไทยต้องสอบ GED Ready (วิชาละ $7.99) ให้ได้ 145 ขึ้นไปก่อน — ขั้นตอนเต็มตั้งแต่สมัครจนถึงวันสอบอยู่ในหัวข้อ ค่าสอบ + GED Ready

ในคู่มือนี้
  1. GED คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
  2. GED สอบวิชาอะไรบ้าง?
  3. ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
  4. ใครสอบ GED ได้บ้าง?
  5. ค่าสอบ + GED Ready: ขั้นตอนสมัครจนถึงวันสอบ
  6. เอกสารที่ต้องเตรียมไปวันสอบ
  7. สอบผ่านแล้วยื่นมหาวิทยาลัยไทยอย่างไร
  8. GED ยากไหม?
  9. เตรียมสอบยังไงให้ไม่หลงทาง
  10. คำถามที่พบบ่อย

GED คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

GED ย่อมาจาก General Educational Development เป็นการสอบเทียบความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดโดย GED Testing Service ของสหรัฐอเมริกา ผู้ที่สอบผ่านครบทุกวิชาจะได้รับวุฒิที่เทียบเท่าการจบ ม.6 ใช้สมัครเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้

ในไทย GED เป็นเส้นทางยอดนิยมของนักเรียน Home School, คนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยเร็วกว่าระบบปกติ, คนทำงานที่อยากกลับมาต่อปริญญา และนักเรียนที่ย้ายจากระบบโรงเรียนนานาชาติ โดยหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งรวมถึงมหาวิทยาลัยในต่างประเทศรับวุฒิ GED — แต่ละที่กำหนดคะแนนขั้นต่ำและเอกสารต่างกัน (บางแห่งขอสูงกว่าเกณฑ์ผ่าน เช่น 165 ขึ้นไป) จึงควรเช็กเงื่อนไขของคณะปลายทางก่อนวางแผนคะแนน

GED สอบวิชาอะไรบ้าง?

GED มี 4 วิชา สอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และจองสอบแยกทีละวิชาได้ ไม่ต้องสอบวันเดียวกัน:

วิชาสิ่งที่วัดเวลาสอบโดยประมาณ
Mathematical Reasoningพีชคณิต ปัญหาเชิงปริมาณ การอ่านกราฟ/ตาราง (ใช้เครื่องคิดเลข TI-30XS ได้ในพาร์ตหลัก)~115 นาที
Reasoning Through Language Arts (RLA)การอ่านจับใจความ ไวยากรณ์ และการเขียน Essay (Extended Response)~150 นาที
Scienceการตีความข้อมูลการทดลอง ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี โลกและอวกาศ~90 นาที
Social Studiesการอ่านวิเคราะห์เอกสารทางประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง~70 นาที

เวลาสอบอ้างอิงรูปแบบข้อสอบปัจจุบันบน ged.com — ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดในบัญชี MyGED ก่อนสอบ

จุดที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นภาษาและการบริหารเวลา — ทุกวิชาต้องอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษภายใต้เวลาจำกัด และ RLA มี Essay ที่ต้องเขียนเองซึ่งเป็นพาร์ตที่คนตกมากที่สุด

ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?

ทุกวิชาให้คะแนนบนสเกล 100–200 แบ่งเป็นระดับดังนี้:

ต่ำกว่า 145ไม่ผ่าน (Not Yet Passed) — สอบวิชานั้นใหม่ได้
145–164ผ่าน — ได้วุฒิเทียบเท่า ม.ปลาย (High School Equivalency)
165–174College Ready — หลายมหาวิทยาลัยใช้เป็นเกณฑ์รับเข้า
175–200College Ready + Credit — บางสถาบันให้หน่วยกิตล่วงหน้า

ต้องผ่านครบทั้ง 4 วิชา (วิชาละ 145 ขึ้นไป) ถึงจะได้วุฒิ คะแนนเก็บเป็นรายวิชา — ผ่านวิชาไหนแล้วไม่ต้องสอบซ้ำ อ่านความหมายของเกณฑ์ 145/165/175 แบบเจาะลึก พร้อมเป้าคะแนนตามเป้าหมายของคุณใน GED ผ่านกี่คะแนน?

ใครสอบ GED ได้บ้าง?

คุณสมบัติหลักคืออายุ 16 ปีขึ้นไป และไม่ต้องลาออกจากโรงเรียนก็สอบได้ — นักเรียนที่ยังเรียน ม.ปลายอยู่สมัครสอบ GED ได้ตามปกติ (เงื่อนไข "ต้องไม่ได้เรียนอยู่ในระบบโรงเรียน" ที่มักได้ยินกันเป็นกฎระดับรัฐในสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้กับผู้สอบในไทย) ผู้สอบอายุ 18 ปีขึ้นไปจองสอบได้เลย ส่วนอายุ 16–17 ปีต้องทำใบยินยอมจากผู้ปกครอง (Age Waiver) ในบัญชี ged.com ก่อนจึงจะจองสอบได้ — และไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำมาก่อน (อ่านเจาะ: มีวุฒิแค่ ป.6 สอบ GED ได้ไหม?)

ค่าสอบ + GED Ready: ขั้นตอนสมัครจนถึงวันสอบ

สำหรับผู้สอบในประเทศไทย ค่าสอบคือ $90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) ครบ 4 วิชาประมาณ $360 สมัครผ่านการสร้างบัญชี MyGED บน ged.com แล้วชำระเงินออนไลน์ทีละวิชาได้

แต่ $90 ยังไม่ใช่ด่านแรก — ต้องผ่าน GED Ready ก่อน สำหรับผู้สอบในประเทศไทย GED Ready ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ: ต้องทำ GED Ready วิชานั้นให้ได้ 145 ขึ้นไปก่อน ระบบถึงจะเปิดให้จองสอบจริง GED Ready ราคา $7.99 ต่อวิชา (ราว 260 บาท) ซื้อในบัญชี MyGED เดียวกัน ถ้ายังไม่ถึง 145 ก็ต้องซื้อสอบใหม่ครั้งละ $7.99 ดังนั้นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำจริงคือ วิชาละ $97.99 หรือครบ 4 วิชาราว $392 (ประมาณ 13,000 บาท)

ขั้นตอนตั้งแต่สมัครจนได้เข้าสอบจริง (ทำทีละวิชา)

  1. สร้างบัญชี MyGED บน ged.com — สะกดชื่อ-นามสกุลให้ตรงกับบัตรที่จะใช้วันสอบทุกตัวอักษร (อายุ 16–17 ปีต้องทำใบยินยอมจากผู้ปกครอง (Age Waiver) ในบัญชีก่อน)
  2. ซ้อมให้คะแนนนิ่งเหนือ 145 ก่อนจ่ายค่า GED Ready — สอบจำลองฟรีที่ EdMock วันละ 3 ครั้ง ถ้าเพิ่งเริ่มจากศูนย์ ปูพื้นเนื้อหาด้วย ชีทติว GED สองภาษา ไทย–อังกฤษ ก่อน
  3. ซื้อและทำ GED Ready วิชานั้นบังคับ — $7.99 ต่อวิชา ทำออนไลน์ในบัญชี MyGED ยาวประมาณครึ่งหนึ่งของข้อสอบจริง
  4. ต้องได้ 145 ขึ้นไป (โซนเขียว Likely to Pass)บังคับ — ระบบจึงจะเปิดให้จองสอบจริงวิชานั้น ถ้ายังไม่ถึง ให้ซ้อมเพิ่มแล้วซื้อ GED Ready ใหม่ครั้งละ $7.99 (GED Ready แม่นแค่ไหน?)
  5. จองสอบจริงและจ่าย $90 — เลือกวิชา วัน เวลา และศูนย์สอบที่ได้รับอนุญาต (รายชื่อศูนย์สอบ 13 แห่ง) ชำระออนไลน์ทีละวิชาได้ ไม่ต้องจ่ายครบ 4 วิชาพร้อมกัน
  6. ไปสอบตามนัดพร้อมบัตรตัวจริง — ดูเอกสารที่ต้องเตรียมด้านล่าง และขั้นตอนวันสอบจริง 8 ขั้น
"ผู้สอบในไทยต้องได้ GED Ready 145 ขึ้นไปก่อน ถึงจะจองสอบจริงได้ — ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำจึงเป็นวิชาละ $97.99 (GED Ready $7.99 + ค่าสอบ $90) หรือครบ 4 วิชาราว $392" อ้างอิงราคาและเงื่อนไขจาก ged.com นโยบายประเทศไทย (2026)

หลังสอบผ่านครบ 4 วิชา จะได้ e-Diploma และ e-Transcript ฟรีทางอีเมลอัตโนมัติ ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยอมรับ ส่วนใบวุฒิฉบับพิมพ์ใบแรกก็ฟรีเช่นกัน แค่ต้องกดสั่งเองในบัญชี GED และจ่ายค่าส่ง FedEx จากสหรัฐฯ เอง — ดูค่าส่งและขั้นตอนสั่งใบวุฒิ

ถ้าสอบตก ต้องจ่ายค่าสอบวิชานั้นใหม่เต็มราคา — อ่านการวางแผนค่าใช้จ่ายแบบละเอียดพร้อมวิธีลดความเสี่ยงใน ค่าสอบ GED เท่าไหร่? เช็กความพร้อมก่อนจ่าย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปวันสอบ

ความเชื่อที่ยังค้างอยู่ในบทความเก่าหลายที่คือ "ต้องมีพาสปอร์ตถึงจะสอบ GED ได้" — ปัจจุบันไม่ต้องแล้ว นโยบายประเทศไทยบน ged.com ระบุเอกสารที่ใช้เข้าสอบได้ไว้ 2 แบบ คือ

เงื่อนไขคือต้องเป็นเอกสารตัวจริง ยังไม่หมดอายุ และมีครบทั้งชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และรูปถ่าย ถ้าเอกสารไม่เข้าเงื่อนไข ศูนย์สอบมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าสอบในวันนั้น และค่าสอบที่จ่ายไปแล้วจะไม่ได้คืน ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ: ตั้งชื่อ-นามสกุลในบัญชี MyGED ให้สะกดตรงกับเอกสารที่จะใช้เข้าสอบตั้งแต่ตอนสมัคร เพื่อไม่ให้มีปัญหาหน้าห้องสอบ (ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดได้ที่ นโยบายประเทศไทยบน ged.com ก่อนวันสอบเสมอ) — วันสอบจริงเจออะไรบ้างตั้งแต่ตรวจบัตร สแกนฝ่ามือ จนถึงล็อกเกอร์ อ่านต่อใน สอบ GED โกงได้ไหม? ขั้นตอนวันสอบจริง 8 ขั้น

สอบผ่านแล้วยื่นมหาวิทยาลัยไทยอย่างไร

ก่อนอื่น วุฒิ GED ในไทยมีประกาศรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ — ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ลงวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ให้ GED ที่ได้ประกาศนียบัตร High School Equivalency Credential ในนามของ District of Columbia (ใบเดียวกับที่ผู้สอบในไทยได้) พร้อม Official GED Transcript “ให้เท่ากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิการศึกษาเป็นรายบุคคล” คือเทียบเท่าจบ ม.6 ของไทย (ดูประกาศฉบับเต็ม — อยู่ในคู่มือเทียบวุฒิ สพฐ. ฉบับปรับปรุง 2560 เลื่อนไปหน้า 71 ของ PDF)

สอบครบ 4 วิชายังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย — ถ้าจะใช้ยื่นผ่านระบบ TCAS ต้องขอ ใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา พร้อม ใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ผ่านระบบ HSCES ของศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (hsces.atc.chula.ac.th) โดยเกณฑ์กลางของการเทียบวุฒิสำหรับผู้ที่สอบตั้งแต่พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมาคือ สอบครบ 4 วิชา และแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน

ที่ต้องแยกให้ขาดคือ "เกณฑ์เทียบวุฒิ" กับ "เกณฑ์รับของคณะ" เป็นคนละเรื่องกัน — หลายคณะเปิดรับผู้ถือวุฒิ GED ตั้งแต่ผ่าน 145 ทุกวิชา แต่บางหลักสูตรกำหนดเพิ่มเป็นคะแนนรวม 4 วิชา เช่น วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล (MUIC) กำหนดว่าต้องได้ไม่ต่ำกว่า 145 ทุกวิชา และรวมกันตั้งแต่ 600 คะแนนขึ้นไป (เฉลี่ย 150 ต่อวิชา) โดยบางหลักสูตรในสังกัดขอสูงกว่านั้นอีก ฉะนั้นก่อนตั้งเป้าคะแนน ให้เปิดระเบียบการปีล่าสุดของคณะที่จะยื่นเป็นหลักเสมอ — ดูวิธีคำนวณ GPAX จากคะแนน GED ได้ใน เครื่องคำนวณ GED → GPAX และดูว่าควรเล็งกี่คะแนนตามเป้าหมายใน GED ผ่านกี่คะแนน? · สรุปเกณฑ์ราย 12 มหาวิทยาลัยดูได้ที่ มหาวิทยาลัยไหนรับ GED บ้าง?

GED ยากไหม?

คำตอบที่ตรงที่สุด: ยากคนละแบบกับข้อสอบไทย GED ไม่เน้นท่องจำเนื้อหาปริมาณมาก แต่วัดการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) — อ่านข้อมูลที่ให้มา ตีความ แล้วสรุปอย่างมีเหตุผล คนที่ถนัดท่องจำแต่ไม่เคยฝึกตีโจทย์จะรู้สึกว่ายาก ส่วนคนที่ฝึกทำข้อสอบจนจับตรรกะของโจทย์แต่ละแนวได้จะผ่านได้เร็วกว่าที่คิด อ่านเจาะลึกเรื่องนี้ใน อ่านหนังสือเป็นพันหน้า แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจจริงแค่ไหน — ติว GED ให้ตรงจุด

เตรียมสอบยังไงให้ไม่หลงทาง

ลำดับที่ผู้เขียนแนะนำ (ต่อยอดจากวิธีที่ใช้สอบผ่านจริงมาแล้วทุกวิชา):

  1. วัดจุดเริ่มต้นก่อนอ่านหนังสือ — สอบจำลองที่ EdMock (ฟรีวันละ 3 ครั้ง) ให้ครบทุกวิชา เพื่อรู้ว่าแต่ละวิชาห่างเกณฑ์ 145 แค่ไหน และพลาดทักษะไหน
  2. ปูพื้นเนื้อหาด้วยชีทติว (ถ้าเริ่มจากศูนย์หรือยังห่าง 145 มาก) — ชีทติว GED สองภาษา ไทย–อังกฤษของ EdMock เรียงเนื้อหาจากง่ายไปยาก มีคำแปลไทยกำกับตลอดเล่ม และเฉลยทีละขั้นทุกข้อพร้อมบอกว่าช้อยส์อื่นผิดเพราะอะไร อ่านตัวอย่างฟรีได้ก่อนตัดสินใจ
  3. ติวเฉพาะจุดอ่อน — ใช้รายงานรายทักษะเป็นแผนที่ว่าควรลงแรงอ่านตรงไหนก่อน และใช้ EdMock Bespoke Tutor Prompt ให้ AI ติวจากข้อที่ผิดจริง (วิธีทำงานของ Prompt)
  4. สอบซ้ำวัดผลเป็นรอบ — ดูกราฟพัฒนาการจนคะแนนนิ่งเหนือ 145 (ดูตารางเวลาแบบลงรายละเอียดใน แผนสอบผ่าน 4 วิชาใน 1 เดือน)
  5. GED Ready — ด่านบังคับก่อนจองสอบจริง — ข้อสอบ practice ทางการ วิชาละ $7.99 ผู้สอบในไทยต้องได้ 145 ขึ้นไป (โซนเขียว Likely to Pass) ในวิชานั้นก่อน ระบบจึงจะให้จองสอบจริง ซ้อมกับข้อสอบจำลองฟรีให้คะแนนนิ่งเหนือ 145 ก่อน จะได้ไม่ต้องเสีย $7.99 ซ้ำ (ขั้นตอนเต็ม · GED Ready แม่นแค่ไหน)

เหตุผลที่ลำดับนี้ประหยัดทั้งเงินและเวลา: ทุกการตัดสินใจ (อ่านอะไร สอบเมื่อไหร่) อิงข้อมูลคะแนนจริง ไม่ใช่ความรู้สึก ความแม่นของข้อสอบจำลองมีเคสยืนยัน — ลูกศิษย์ติวเตอร์ท่านหนึ่งทำ Math ใน EdMock ได้ 179 แล้วสอบจริงได้ 179 เท่ากัน

รายงานผลคะแนนใน EdMock วิชา Mathematical Reasoning ได้ 179 คะแนน
ผลคะแนนสอบ GED จริง วิชา Mathematical Reasoning ได้ 179 คะแนน เท่ากับใน EdMock

ซ้าย: คะแนนใน EdMock — ขวา: คะแนนสอบ GED จริง (179 = 179)

และไม่ใช่แค่เคสเดียว — ผู้ใช้อีกรายคอมเมนต์ท้าพิสูจน์ความแม่นบน TikTok พร้อมแคปคะแนนวิชา RLA ใน EdMock ที่ทำได้ 158 (ครูที่เคยติวประเมินไว้ 160) แล้วไปสอบจริงในวันรุ่งขึ้น ผลออกมาได้ Language Arts 158 เท่ากัน

รายงานผลคะแนนใน EdMock วิชา RLA ได้ 158 คะแนน จากสเกล 100-200
ผลคะแนนสอบ GED จริง วิชา Language Arts ได้ 158 คะแนน เท่ากับใน EdMock

ซ้าย: คะแนนใน EdMock — ขวา: คะแนนสอบ GED จริง (158 = 158)

ชีทติว GED สองภาษา ไทย–อังกฤษ

เพิ่งเริ่มจากศูนย์? ปูพื้นด้วยชีทติวของ EdMock

เนื้อหาเรียงจากง่ายไปยาก มีคำแปลไทยกำกับตลอดเล่ม เฉลยละเอียดทีละขั้นทุกข้อ — เล่ม GED Social Studies (379 หน้า) และ GED Math (501 หน้า) พร้อมส่งแล้ว เล่มละ 299 บาท อีก 2 วิชากำลังทยอยเขียน อ่านตัวอย่างฟรีได้ก่อน ไม่ต้องกรอกอีเมล

ดูชีทติวทั้งหมด →

สรุปข้อมูลสำคัญทั้งหมด

GED คือการสอบเทียบวุฒิเทียบเท่า ม.ปลาย ของสหรัฐฯ (สอบเป็นภาษาอังกฤษ)
จำนวนวิชา4 วิชา — Math, RLA, Science, Social Studies (จองแยกวิชาได้)
เกณฑ์ผ่าน145 คะแนนต่อวิชา (สเกล 100–200) · College Ready = 165+
คุณสมบัติอายุ 16 ปีขึ้นไป (16–17 ปีต้องมีใบยินยอมจากผู้ปกครอง) · ไม่ต้องลาออกจากโรงเรียน · ไม่ต้องมีวุฒิขั้นต่ำ
ค่าสอบ (ไทย)$90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) — ครบ 4 วิชาประมาณ $360
GED Ready (บังคับก่อนจองสอบจริงในไทย)$7.99 ต่อวิชา · ต้องได้ 145+ ถึงจองสอบจริงได้ · ไม่ถึงต้องซื้อสอบใหม่
ขั้นต่ำครบ 4 วิชา (GED Ready + สอบจริง)ประมาณ $392 (ราว 13,000 บาท)
สมัครที่บัญชี MyGED บน ged.com — ลำดับ: GED Ready ≥145 → จองสอบจริง → สอบ
เอกสารวันสอบบัตรประชาชนไทยตัวจริง (หรือบัตรชมพู) หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ — ไม่บังคับพาสปอร์ตแล้ว
ใช้ยื่น TCASขอใบเทียบวุฒิ + ใบ GPAX ผ่านระบบ HSCES (จุฬาฯ) — เกณฑ์กลาง 145 ทุกวิชา
สอบจำลองฟรีEdMock — โหมดทำนายคะแนน ฟรี 3 ครั้งต่อวัน · รายงานฉบับเต็มเริ่มต้น 259 บาท (1 Credit) · โหมดตะลุยโจทย์ ชุด 50 ข้อ = 1 Credit ใช้ Credit เดียวกัน
ชีทติว GED สองภาษาEdMock — Social Studies 379 หน้า · Math 501 หน้า เล่มละ 299 บาท (พร้อมส่ง) · อีก 2 วิชากำลังเขียน · ดูชีทติวทั้งหมด

ข้อมูลค่าสอบและนโยบายอ้างอิงจาก ged.com (นโยบายประเทศไทย, 2026) — โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนสมัครสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มีวุฒิแค่ ป.6 หรือ ม.3 หรือไม่ได้เรียนแล้ว สอบ GED ได้ไหม?

ได้ครับ GED ไม่ได้กำหนดวุฒิขั้นต่ำ — ไม่ต้องจบ ป.6 หรือ ม.3 มาก่อน และไม่ต้องกลับไปเรียนเอาวุฒิ ม.3 ก่อน เงื่อนไขหลักคืออายุ: 18 ปีขึ้นไปสอบได้ตามปกติ ส่วน 16–17 ปีต้องมีใบยินยอมจากผู้ปกครองก่อน ข้อสอบวัดทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นท่องจำ แต่ถ้าห่างจากการเรียนมานาน ควรปูพื้นให้แน่นก่อนจ่ายค่าสอบ

อ่านคำตอบเต็ม: มีวุฒิแค่ ป.6 สอบ GED ได้ไหม · เริ่มสอบ GED จากศูนย์ · คู่มือ: ใครสอบ GED ได้บ้าง

GED โกงได้ไหม ใช้ AI จ้างคนสอบแทน หรือสอบออนไลน์ได้หรือเปล่า?

ไม่ได้ครับ — ในไทยไม่มีสอบ GED ออนไลน์ (ออนไลน์ใช้ได้เฉพาะคนที่อยู่ในสหรัฐฯ) ต้องไปสอบที่ศูนย์สอบ Pearson VUE เท่านั้น วันสอบมีตรวจบัตรตัวจริงที่ชื่อตรงกับบัญชี ถ่ายรูป เซ็นชื่อ สแกนเส้นเลือดฝ่ามือ ตรวจตัว เก็บมือถือและของทุกชิ้นเข้าล็อกเกอร์ แล้วสอบบนคอมของศูนย์ที่ต่อเน็ตไม่ได้ ถ้าถูกจับได้ โทษมีตั้งแต่ยกเลิกคะแนน เพิกถอนวุฒิ ไปจนถึงแบนจากการสอบ — AI ใช้ได้ตอนติวครับ ไม่ใช่ตอนสอบ

อ่านคำตอบเต็ม: สอบ GED โกงได้ไหม? ขั้นตอนวันสอบจริง 8 ขั้น

วุฒิ GED ใช้ได้จริงไหม ใครรับรอง ได้ใบจบจริงหรือเปล่า?

ใช้ได้จริงครับ และกระทรวงศึกษาธิการรับรองไว้ตั้งแต่ปี 2558 — ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ ลงวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ให้ GED ที่ได้ประกาศนียบัตร High School Equivalency Credential ในนามของ District of Columbia (ใบเดียวกับที่ผู้สอบในไทยได้) พร้อม Official GED Transcript “เท่ากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิการศึกษาเป็นรายบุคคล” — คือเทียบเท่าจบ ม.6 ของไทย

ตัววุฒิออกโดย GED Testing Service ของสหรัฐฯ ผ่านครบ 4 วิชาได้ e-Diploma กับ e-Transcript ทางอีเมลฟรี ส่วนใบฉบับพิมพ์ใบแรกก็ฟรี จ่ายแค่ค่าส่งจากสหรัฐฯ ถ้าจะยื่นมหาวิทยาลัยผ่าน TCAS ทปอ. ใช้เกณฑ์เทียบวุฒิ 145 ขึ้นไปทุกวิชา และขอใบรับรองเทียบวุฒิผ่านระบบ HSCES ของจุฬาฯ ส่วนงานหรือหน่วยงานอื่น ให้เช็กประกาศของผู้รับสมัครว่ารับ “วุฒิเทียบเท่า” หรือไม่

อ่านคำตอบเต็ม: ประกาศ ศธ. 5 มิ.ย. 2558 (อยู่ในคู่มือ สพฐ. ฉบับปรับปรุง 2560 — เลื่อนไปหน้า 71 ของ PDF) · เกณฑ์เทียบวุฒิ + 12 มหาลัยที่รับ GED · คู่มือ: สอบผ่านแล้วยื่นมหาลัยอย่างไร

สอบ GED ต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่?

ขั้นต่ำประมาณ 13,000 บาท ถ้าผ่านรอบเดียวครบ 4 วิชา — มาจาก GED Ready วิชาละ $7.99 (≈ 260 บาท) ซึ่งบังคับต้องได้ 145 ก่อนจองสอบจริง + ค่าสอบจริงวิชาละ $90 (≈ 3,000 บาท) ราคาคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยอดเงินบาทจึงขึ้นลงตามค่าเงิน จ่ายทีละวิชาได้ ไม่ต้องจ่ายรวดเดียว ถ้าสอบตกวิชาไหน จ่ายเฉพาะวิชานั้นใหม่ราคาเดิม

อ่านคำตอบเต็ม: ค่าสอบ GED เท่าไหร่? เช็กความพร้อมก่อนจ่าย

GED ยื่นมหาลัยไทยได้ไหม หรือได้แค่หลักสูตรนานาชาติ?

ได้ครับ — 12 มหาลัยดังที่ผมรวบรวมไว้รับวุฒิ GED ทุกแห่ง แต่ไม่ใช่ทุกรอบทุกคณะ ประตูที่เปิดกว้างที่สุดคือหลักสูตรนานาชาติ ส่วนหลักสูตรภาษาไทยบางคณะ/บางรอบก็รับ GED เช่นกัน หลายคณะใช้แค่ 145 ทุกวิชา บางหลักสูตรขอรวม 600 หรือ 165 ขึ้นไป และหลายที่ขอคะแนนอื่นเพิ่ม เช่น SAT, IELTS/TOEFL หรือ TGAT/TPAT/A-Level — สอบ GED ผ่านครบ 4 วิชาจึงไม่ได้แปลว่าถึงเกณฑ์ทุกคณะ ต้องเช็ก “คณะ + รอบที่สมัคร” ก่อน

อ่านคำตอบเต็ม: เกณฑ์ 12 มหาลัยดังที่รับ GED

อยากสอบ GED ต้องเริ่มยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

เริ่มแบบนี้ทีละวิชา: 1) สร้างบัญชี MyGED บน ged.com (สะกดชื่อให้ตรงกับบัตรทุกตัวอักษร) 2) ซ้อมจนคะแนนนิ่งเหนือ 145 3) ซื้อและสอบ GED Ready วิชานั้นให้ได้ 145 4) จองสอบจริง เลือกวัน เวลา ศูนย์สอบ แล้วจ่าย $90 เอกสารวันสอบใช้บัตรประชาชน (หรือบัตรชมพู) หรือพาสปอร์ต ตัวจริง ยังไม่หมดอายุ มีชื่อ วันเกิด และรูปถ่าย — ไม่ต้องใช้ใบจบการศึกษาเดิม

อ่านคำตอบเต็ม: คู่มือ: ขั้นตอนสมัครจนถึงวันสอบ · คู่มือ: เอกสารวันสอบ

ไปสอบ GED จริงที่ไหน มีศูนย์สอบทุกจังหวัดไหม?

สอบที่ศูนย์สอบ Pearson VUE ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ตอนนี้มี 13 แห่งใน 9 จังหวัด (ข้อมูล ก.ย. 2026) — กรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 · เชียงใหม่ 2 · แม่สอด (ตาก) 2 · ชลบุรี · ขอนแก่น · ภูเก็ต · ระนอง จึงยังไม่ครบทุกจังหวัด แต่ตอนจองเลือกศูนย์ไหนก็ได้ รอบว่างของแต่ละศูนย์จะขึ้นให้เลือกตอนจองสอบจริง หลังผ่าน GED Ready วิชานั้นแล้ว วันสอบไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 15 นาที (ศูนย์ที่ผมไปสอบคือ Paradigm Education อาคารอัลม่าลิงค์ ซอยชิดลม)

อ่านคำตอบเต็ม: รายชื่อศูนย์สอบ 13 แห่ง + Google Maps · ขั้นตอนวันสอบจริง 8 ขั้น

ยังมีคำถามที่ยังสงสัยอยู่เหรอ? กดตรงนี้เพื่อดู 20 คำถามที่คนถามมากที่สุด ที่คุณอาจจะสงสัยเรื่องเดียวกันอยู่ก็ได้ →

ขั้นแรกของทุกแผน: รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน

สอบจำลอง GED ที่ EdMock ได้ฟรีวันละ 3 ครั้ง เห็นคะแนนสเกล 100–200 เทียบเกณฑ์ผ่าน 145 ได้ทันที