GED คืออะไร? คู่มือสอบ GED ฉบับสมบูรณ์ 2026
GED (General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิระดับมัธยมปลายของสหรัฐอเมริกา ใช้แทนวุฒิ ม.6 เพื่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ สอบ 4 วิชาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนต่อวิชา จากสเกล 100–200 ค่าสอบในไทย $90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) จองสอบแยกทีละวิชาได้ผ่านบัญชี MyGED บน ged.com
GED คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
GED ย่อมาจาก General Educational Development เป็นการสอบเทียบความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดโดย GED Testing Service ของสหรัฐอเมริกา ผู้ที่สอบผ่านครบทุกวิชาจะได้รับวุฒิที่เทียบเท่าการจบ ม.6 ใช้สมัครเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้
ในไทย GED เป็นเส้นทางยอดนิยมของนักเรียน Home School, คนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยเร็วกว่าระบบปกติ, คนทำงานที่อยากกลับมาต่อปริญญา และนักเรียนที่ย้ายจากระบบโรงเรียนนานาชาติ โดยหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งรวมถึงมหาวิทยาลัยในต่างประเทศรับวุฒิ GED — แต่ละที่กำหนดคะแนนขั้นต่ำและเอกสารต่างกัน (บางแห่งขอสูงกว่าเกณฑ์ผ่าน เช่น 165 ขึ้นไป) จึงควรเช็กเงื่อนไขของคณะปลายทางก่อนวางแผนคะแนน
GED สอบวิชาอะไรบ้าง?
GED มี 4 วิชา สอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และจองสอบแยกทีละวิชาได้ ไม่ต้องสอบวันเดียวกัน:
| วิชา | สิ่งที่วัด | เวลาสอบโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Mathematical Reasoning | พีชคณิต ปัญหาเชิงปริมาณ การอ่านกราฟ/ตาราง (ใช้เครื่องคิดเลข TI-30XS ได้ในพาร์ตหลัก) | ~115 นาที |
| Reasoning Through Language Arts (RLA) | การอ่านจับใจความ ไวยากรณ์ และการเขียน Essay (Extended Response) | ~150 นาที |
| Science | การตีความข้อมูลการทดลอง ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี โลกและอวกาศ | ~90 นาที |
| Social Studies | การอ่านวิเคราะห์เอกสารทางประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง | ~70 นาที |
เวลาสอบอ้างอิงรูปแบบข้อสอบปัจจุบันบน ged.com — ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดในบัญชี MyGED ก่อนสอบ
จุดที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นภาษาและการบริหารเวลา — ทุกวิชาต้องอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษภายใต้เวลาจำกัด และ RLA มี Essay ที่ต้องเขียนเองซึ่งเป็นพาร์ตที่คนตกมากที่สุด
ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
ทุกวิชาให้คะแนนบนสเกล 100–200 แบ่งเป็นระดับดังนี้:
| ต่ำกว่า 145 | ไม่ผ่าน (Not Yet Passed) — สอบวิชานั้นใหม่ได้ |
|---|---|
| 145–164 | ผ่าน — ได้วุฒิเทียบเท่า ม.ปลาย (High School Equivalency) |
| 165–174 | College Ready — หลายมหาวิทยาลัยใช้เป็นเกณฑ์รับเข้า |
| 175–200 | College Ready + Credit — บางสถาบันให้หน่วยกิตล่วงหน้า |
ต้องผ่านครบทั้ง 4 วิชา (วิชาละ 145 ขึ้นไป) ถึงจะได้วุฒิ คะแนนเก็บเป็นรายวิชา — ผ่านวิชาไหนแล้วไม่ต้องสอบซ้ำ อ่านความหมายของเกณฑ์ 145/165/175 แบบเจาะลึก พร้อมเป้าคะแนนตามเป้าหมายของคุณใน GED ผ่านกี่คะแนน?
ใครสอบ GED ได้บ้าง?
คุณสมบัติหลักคืออายุ 16 ปีขึ้นไป และไม่ต้องลาออกจากโรงเรียนก็สอบได้ — นักเรียนที่ยังเรียน ม.ปลายอยู่สมัครสอบ GED ได้ตามปกติ (เงื่อนไข "ต้องไม่ได้เรียนอยู่ในระบบโรงเรียน" ที่มักได้ยินกันเป็นกฎระดับรัฐในสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้กับผู้สอบในไทย) ผู้สอบอายุ 18 ปีขึ้นไปจองสอบได้เลย ส่วนอายุ 16–17 ปีต้องทำ Age Waiver (เอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง) ในบัญชี ged.com ก่อนจึงจะจองสอบได้ — และไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำมาก่อน
ค่าสอบและวิธีสมัคร
สำหรับผู้สอบในประเทศไทย ค่าสอบคือ $90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) ครบ 4 วิชาประมาณ $360 สมัครผ่านการสร้างบัญชี MyGED บน ged.com เลือกวิชา วัน เวลา และศูนย์สอบที่ได้รับอนุญาต แล้วชำระเงินออนไลน์ทีละวิชาได้ นอกจากค่าสอบยังมีค่าธรรมเนียมแยกต่างหากสำหรับการขอเอกสารฉบับพิมพ์ (physical) อย่างวุฒิ (Diploma) และใบแสดงผล (Transcript) หลังสอบผ่าน ส่วนแบบดิจิทัล (e-Diploma และ e-Transcript) ขอได้ฟรี ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยอมรับ
ถ้าสอบตก ต้องจ่ายค่าสอบวิชานั้นใหม่เต็มราคา — อ่านการวางแผนค่าใช้จ่ายแบบละเอียดพร้อมวิธีลดความเสี่ยงใน ค่าสอบ GED เท่าไหร่? เช็กความพร้อมก่อนจ่าย
เอกสารที่ต้องเตรียมไปวันสอบ
ความเชื่อที่ยังค้างอยู่ในบทความเก่าหลายที่คือ "ต้องมีพาสปอร์ตถึงจะสอบ GED ได้" — ปัจจุบันไม่ต้องแล้ว นโยบายประเทศไทยบน ged.com ระบุเอกสารที่ใช้เข้าสอบได้ไว้ 2 แบบ คือ
- บัตรประจำตัวประชาชนไทย (บัตรน้ำเงิน) สำหรับผู้มีสัญชาติไทย — หรือ บัตรชมพู สำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทย
- พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ (ใช้ได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ)
เงื่อนไขคือต้องเป็นเอกสารตัวจริง ยังไม่หมดอายุ และมีครบทั้งชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และรูปถ่าย ถ้าเอกสารไม่เข้าเงื่อนไข ศูนย์สอบมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าสอบในวันนั้น และค่าสอบที่จ่ายไปแล้วจะไม่ได้คืน ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ: ตั้งชื่อ-นามสกุลในบัญชี MyGED ให้สะกดตรงกับเอกสารที่จะใช้เข้าสอบตั้งแต่ตอนสมัคร เพื่อไม่ให้มีปัญหาหน้าห้องสอบ (ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดได้ที่ นโยบายประเทศไทยบน ged.com ก่อนวันสอบเสมอ)
สอบผ่านแล้วยื่นมหาวิทยาลัยไทยอย่างไร
สอบครบ 4 วิชายังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย — ถ้าจะใช้ยื่นผ่านระบบ TCAS ต้องขอ ใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา พร้อม ใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ผ่านระบบ HSCES ของศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (hsces.atc.chula.ac.th) โดยเกณฑ์กลางของการเทียบวุฒิสำหรับผู้ที่สอบตั้งแต่พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมาคือ สอบครบ 4 วิชา และแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน
ที่ต้องแยกให้ขาดคือ "เกณฑ์เทียบวุฒิ" กับ "เกณฑ์รับของคณะ" เป็นคนละเรื่องกัน — หลายคณะเปิดรับผู้ถือวุฒิ GED ตั้งแต่ผ่าน 145 ทุกวิชา แต่บางหลักสูตรกำหนดเพิ่มเป็นคะแนนรวม 4 วิชา เช่น วิทยาลัยนานาชาติ ม.มหิดล (MUIC) กำหนดว่าต้องได้ไม่ต่ำกว่า 145 ทุกวิชา และรวมกันตั้งแต่ 600 คะแนนขึ้นไป (เฉลี่ย 150 ต่อวิชา) โดยบางหลักสูตรในสังกัดขอสูงกว่านั้นอีก ฉะนั้นก่อนตั้งเป้าคะแนน ให้เปิดระเบียบการปีล่าสุดของคณะที่จะยื่นเป็นหลักเสมอ — ดูวิธีคำนวณ GPAX จากคะแนน GED ได้ใน เครื่องคำนวณ GED → GPAX และดูว่าควรเล็งกี่คะแนนตามเป้าหมายใน GED ผ่านกี่คะแนน?
GED ยากไหม?
คำตอบที่ตรงที่สุด: ยากคนละแบบกับข้อสอบไทย GED ไม่เน้นท่องจำเนื้อหาปริมาณมาก แต่วัดการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) — อ่านข้อมูลที่ให้มา ตีความ แล้วสรุปอย่างมีเหตุผล คนที่ถนัดท่องจำแต่ไม่เคยฝึกตีโจทย์จะรู้สึกว่ายาก ส่วนคนที่ฝึกทำข้อสอบจนจับตรรกะของโจทย์แต่ละแนวได้จะผ่านได้เร็วกว่าที่คิด อ่านเจาะลึกเรื่องนี้ใน อ่านหนังสือเป็นพันหน้า แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจจริงแค่ไหน — ติว GED ให้ตรงจุด
เตรียมสอบยังไงให้ไม่หลงทาง
ลำดับที่ผู้เขียนแนะนำ (และใช้สอบผ่านจริงมาแล้วทุกวิชา):
- วัดจุดเริ่มต้นก่อนอ่านหนังสือ — สอบจำลองที่ EdMock (ฟรีวันละ 3 ครั้ง) ให้ครบทุกวิชา เพื่อรู้ว่าแต่ละวิชาห่างเกณฑ์ 145 แค่ไหน และพลาดทักษะไหน
- ติวเฉพาะจุดอ่อน — ใช้รายงานรายทักษะเป็นแผนที่ว่าควรลงแรงอ่านตรงไหนก่อน และใช้ EdMock Bespoke Tutor Prompt ให้ AI ติวจากข้อที่ผิดจริง (วิธีทำงานของ Prompt)
- สอบซ้ำวัดผลเป็นรอบ — ดูกราฟพัฒนาการจนคะแนนนิ่งเหนือ 145 (ดูตารางเวลาแบบลงรายละเอียดใน แผนสอบผ่าน 4 วิชาใน 1 เดือน)
- สอบ GED Ready ให้ผ่านแล้วจองสอบจริง — ข้อสอบ practice ทางการ วิชาละ $7.99 และสำหรับผู้สอบในไทยเป็นเงื่อนไขบังคับ: ต้องได้ 145 ขึ้นไป (โซนเขียว) ก่อนจึงจะจองสอบจริงวิชานั้นได้ (GED Ready แม่นแค่ไหน)
เหตุผลที่ลำดับนี้ประหยัดทั้งเงินและเวลา: ทุกการตัดสินใจ (อ่านอะไร สอบเมื่อไหร่) อิงข้อมูลคะแนนจริง ไม่ใช่ความรู้สึก ความแม่นของข้อสอบจำลองมีเคสยืนยัน — ลูกศิษย์ติวเตอร์ท่านหนึ่งทำ Math ใน EdMock ได้ 179 แล้วสอบจริงได้ 179 เท่ากัน


ซ้าย: คะแนนใน EdMock — ขวา: คะแนนสอบ GED จริง (179 = 179)
และไม่ใช่แค่เคสเดียว — ผู้ใช้อีกรายคอมเมนต์ท้าพิสูจน์ความแม่นบน TikTok พร้อมแคปคะแนนวิชา RLA ใน EdMock ที่ทำได้ 158 (ครูที่เคยติวประเมินไว้ 160) แล้วไปสอบจริงในวันรุ่งขึ้น ผลออกมาได้ Language Arts 158 เท่ากัน


ซ้าย: คะแนนใน EdMock — ขวา: คะแนนสอบ GED จริง (158 = 158)
สรุปข้อมูลสำคัญทั้งหมด
| GED คือ | การสอบเทียบวุฒิเทียบเท่า ม.ปลาย ของสหรัฐฯ (สอบเป็นภาษาอังกฤษ) |
|---|---|
| จำนวนวิชา | 4 วิชา — Math, RLA, Science, Social Studies (จองแยกวิชาได้) |
| เกณฑ์ผ่าน | 145 คะแนนต่อวิชา (สเกล 100–200) · College Ready = 165+ |
| คุณสมบัติ | อายุ 16 ปีขึ้นไป (16–17 ปีต้องทำ Age Waiver) · ไม่ต้องลาออกจากโรงเรียน · ไม่ต้องมีวุฒิขั้นต่ำ |
| ค่าสอบ (ไทย) | $90 ต่อวิชา (ราว 3,000 บาท) — ครบ 4 วิชาประมาณ $360 |
| สมัครที่ | บัญชี MyGED บน ged.com |
| เอกสารวันสอบ | บัตรประชาชนไทยตัวจริง (หรือบัตรชมพู) หรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ — ไม่บังคับพาสปอร์ตแล้ว |
| ใช้ยื่น TCAS | ขอใบเทียบวุฒิ + ใบ GPAX ผ่านระบบ HSCES (จุฬาฯ) — เกณฑ์กลาง 145 ทุกวิชา |
| ข้อสอบ practice ทางการ | GED Ready $7.99 ต่อวิชา — ผู้สอบในไทยต้องได้ ≥145 ก่อนจึงจะจองสอบจริงได้ |
| สอบจำลองฟรี | EdMock — โหมดทำนายคะแนน ฟรี 3 ครั้งต่อวัน · รายงานฉบับเต็มเริ่มต้น 259 บาท (1 Credit) · โหมดตะลุยโจทย์ ชุด 50 ข้อ = 1 Credit ใช้ Credit เดียวกัน |
ข้อมูลค่าสอบและนโยบายอ้างอิงจาก ged.com (นโยบายประเทศไทย, 2026) — โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนสมัครสอบ
คำถามที่พบบ่อย
GED เทียบเท่าวุฒิอะไร?
เทียบเท่าการจบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ใช้สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ทั้งหลักสูตรนานาชาติในไทยและต่างประเทศ — เงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำแต่ละสถาบันต่างกัน ควรเช็กกับคณะปลายทาง
สอบ GED เป็นภาษาไทยได้ไหม?
ไม่ได้ ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ วิธีรับมือคือฝึกจากข้อสอบจริงพร้อมเก็บศัพท์ เช่น ใช้เฉลยสลับไทย–อังกฤษรายข้อของ EdMock
สอบ GED ต้องมีพาสปอร์ตไหม?
ไม่ต้องแล้ว — นโยบายประเทศไทยบน ged.com ให้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนไทยตัวจริง (หรือบัตรชมพูสำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทย) เข้าสอบได้ จะใช้พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุก็ได้เช่นกัน ขอให้เป็นตัวจริงและมีชื่อ-นามสกุล วันเกิด รูปถ่ายครบ
สอบตกทำอย่างไร?
จองสอบใหม่เฉพาะวิชาที่ตก จ่ายใหม่วิชาละ $90 วิชาที่ผ่านแล้วเก็บคะแนนไว้ได้ เงื่อนไขรอบสอบใหม่ดูบน ged.com
GED Ready คืออะไร?
ข้อสอบ practice ทางการ ราคา $7.99 ต่อวิชา ยาวประมาณครึ่งหนึ่งของข้อสอบจริง สำหรับผู้สอบในไทยไม่ใช่แค่ตัวเลือก — ต้องได้ 145 ขึ้นไปก่อนจึงจะจองสอบจริงวิชานั้นได้ และคะแนนทำนายผลจริงได้ใกล้เคียงมาก (อ่านเจาะลึก)
ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหน?
ขึ้นกับพื้นฐาน — วิธีที่แม่นกว่าการเดาคือสอบจำลองดูระยะห่างจาก 145 ก่อน คนพื้นฐานดีที่ติวเจาะจุดอ่อนอาจพร้อมได้ในราว 1 เดือน (ดูแผน)
ขั้นแรกของทุกแผน: รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน
สอบจำลอง GED ที่ EdMock ได้ฟรีวันละ 3 ครั้ง เห็นคะแนนสเกล 100–200 เทียบเกณฑ์ผ่าน 145 ได้ทันที
เริ่มสอบฟรีที่ EdMock →